เห็ดยามาบูชิตาเกะ (Lion's Mane)

เห็ดยามาบูชิตาเกะ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hericium erinaceus ชื่ออื่นๆ : Lion's Mane, Hedgehog Mushroom ภาษาไทยเรียกกันว่า เห็ดหัวลิงหรือเห็ดภู่มาลา หรือ เห็ดปุยฝ้าย ซึ่งในภาษาญี่ปุ่น ยามาบูชิตาเกะ แปลว่า ผู้หลับใหลอยู่ในหุบเขา เพราะเห็นชนิดนี้จะเกาะอยู่ตามบริเวณไม้ยืนต้น เช่น ต้นโอ๊ค หรือวอลนัท ลักษณะเห็ดจะ คล้ายเส้นไหมสีขาวยาวประมาณ 5-20 ซม. สามารถพบได้บริเวณทางซีกโลกเหนือ เช่น ยุโรป และเอเชียตะวันออก ในประเทศญี่ปุ่น ในสมัยโบราณมีการนำเห็ดชนิดนี้ ไปผสมในตำรับยารักษาโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น แผลในกระเพาะอาหาร เป็นต้น

สารออกฤทธิ์สำคัญ

(Medicinal compound) ได้แต่ ทรีอิทอล (Threitol),ดี-อราบินิทอล(D-arabinitol), กรดปาลเมทิก(palmatic acid),เบต้า-กลูแคน(ß-D-glucan) และไตรเทอร์ปีน(Triterpene) สารสำคัญเหล่านี้ สามารถควบคุมระดับไขมันในเลือด ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และต้านเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ

ในด้านสรรพคุณทางยานั้นแพทย์จีนแผนโบราณเห็นว่าเห็ดหัวลิงมีรสชาติหวาน มีฤทธิ์อ่อน ใช้บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร เพิ่มกำลังวังชา และต่อต้านมะเร็ง ช่วยในการรักษามะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดอาการข้างเคียงจากการให้เคมี บำบัดและรังสีบำบัดได้ ในปัจจุบันมีงานวิจัยได้หันมาสนใจผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก เห็ดหัวลิง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเม็ด และสารสกัดในรูปผง เป็นต้น มีการสกัดสารกลุ่ม โพลีแซคคาไรด์ (polysaccharide) ซึ่งโพลีแซคคาไรด์ที่นิยมสกัดคือกลูแคน (glucan) มีงานวิจัยรายงานว่ากลูแคนสามารถยับยั้งผลกระทบของมะเร็งในหนู ทดลองและยังช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารรวมถึงระบบลำไส้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยทางการแพทย์ พบว่าในเห็ดหัวลิงมีสารแลนติแนนและ สารเปปไทด์ ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สูงขึ้นอีกทั้งยังช่วยเร่งการ สร้างสารภูมิคุ้มกันอินเตอร์เฟอรอน และจากการทดลองในหนูปรากฏว่า มีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของก้อนมะเร็งและยับยั้งการถอดแบบหรือเปลี่ยนถ่ายสารพันธุกรรมของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอในเซลล์หนูทดลองได้

งานทดลองในประเทศญี่ปุ่นเกี่ยวกับประโยชน์จากเห็ดหัวลิงเพื่อการบำรุงสมอง โดยการศึกษาจากคนที่สูงอายุตั้งแต่ 60 ปี ถึง 70 ปี 80 ปี และ 90 ปี แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกบริโภคเห็ดหัวลิง อีกกลุ่มไม่ได้บริโภค หลังจาก 6 เดือนไป แล้วผลปรากฏที่ได้ พบว่ากลุ่มที่บริโภคเห็ดหัวลิงจะมีปฏิกิริยาการรับรู้ การตอบโต้ และความจำว่าทำอะไรก่อนหลังจะดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้บริโภคเห็ดหัวลิงถึงร้อยละ 30

งานวิจัยในประเทศเยอรมัน พบว่า สารประกอบจำพวกโปรตีน ที่มีชื่อว่า Glucoxylan-protein complex ซึ่งมีอยู่ในเห็ดเห็ดยามาบูชิตาเกะ มีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ออกฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ควบคุมกรดไขมันในเส้นเลือดให้เป็นปกติ ควบคุมปริมาณน้ำตาลกลูโคสในเลือด รักษามะเร็งกระเพาะและมะเร็งลำใส้ สร้างและบำรุงเซลล์สมองและระบบประสาท

สำหรับงานวิจัยทางการแพทย์ที่ได้ตีพิมพ์ลงใน International Journal of Medicinal Mushrooms ซึ่งทำโดย ดร.ทาคาชิ แห่งมหาวิทยาลัยชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น พบว่า เห็ดชนิดนี้ให้ผลต่อการเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังช่วยลด ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง กระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และผิวหนังได้อีกด้ว

เห็ดยามาบูชิตาเกะ

หรือ เห็ดปยุฝ้ายญี่ปุ่นเรียก Yamabushitake ถูกนำไปเข้าตำรับยาในการรักษาโรคของระบบทางเดินอาหาร เช่น แผลใน กระเพาะอาหารเป็นต้น และปัจจุบันมีรายงานผลการศึกษาวิจัยพบว่าเห็ดยามาบชูิตาเกะมีผลเกี่ยวข้องกับ ระบบภูมิคุ้มกันมีอยู่ค่อนข้างมาก เช่น การค้นพบของนักวิทยาศาสตร์จากประเทศจีน พบว่าสารสกัดจาก เห็ดยามาบูชิตาเกะช่วยกระตุ้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด บี และ ที ลิมโฟไซต์

สรรพคุณเห็ดยามาบูชิตาเกะ

  1. มีสรรพคุณช่วยประกอบกับการบำรุง ลดเสี่ยง โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น แผลในกระเพาะอาการ เป็นต้น
  2. มีส่วนช่วยเสริมบำรุงระบบภูมิคุ้มกัน
  3. มีส่วนช่วยบำรุงเพิ่มกระตุ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเม็ดเลือดขาว ชนิดบี และ ที ลิมโฟไซต์
  4. มีส่วนช่วยบำรุงกระบวนการหายใจ ทำให้ปอดนำออกซิเจนไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. มีผลต่อการสร้างเสริมความสมบูรณ์ และผลิตฮอร์โมนที่สำคัญต่อร่างกาย

 

ติดตามเราบนโซเชียลมีเดีย